ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วันนี้ 27 ต.ค. 2569

ประเด็นร้อน กำลังเป็นที่พูดถึง

ยัตเปิดแชต ต้ารับเบิกเงินสองแสน กลางโหนกระแส ปม 19 ล้านยังต้องคุยต่อ

ยัต ชัยโสโร พาแอมและทนายอาร์มเผชิญหน้าต้า เฟ็ดเฟ่ในโหนกระแสกว่า 3 ชั่วโมง เปิดแชตที่ต้าขอโทษกรณีเบิกเงินบริษัท 6 ครั้งรวมประมาณ 206,000 บาท ขณะที่ทนายอาร์มนำเอกสารท้ายฟ้องยืนยันว่าต้าเข้าใจผิดเรื่องคดี 20 ล้านบาท และตอบข้อกล่าวหาเรื่องเรียกเงินเว็บพนันว่าเป็นการเรียกค่าเสียหายตามสิทธิ ส่วนตัวเลข 19 ล้านบาทยังเป็นข้อตกลงเบื้องต้นที่มีเงื่อนไข

รายการวันนี้ไม่ใช่แค่เพื่อนเก่ามานั่งคุยกันแล้วแยกย้ายครับ มันคือการเอาเรื่องที่ค้างมาหลายปีมากางกลางรายการ ตั้งแต่เงินในบริษัท แชตขอโทษ เอกสารหุ้น บ้าน รถ ไปจนถึงคำถามว่า สุดท้ายแล้วสองคนนี้จะจบกันตรงไหน ยัต ต้า แอม และทนายอาร์มอยู่ในวงสนทนาเดียวกันนานกว่า 3 ชั่วโมง คนดูสดทะลุหลักล้าน ส่วนคนดูทางบ้านเหมือนนั่งอยู่ในห้องประชุมที่ไม่มีใครยอมกดปิดไมค์

ยัตเปิดรายการด้วยการขอโทษครอบครัว น้อง ๆ โอฮาน่า และคนที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องทั้งหมด เจ้าตัวบอกว่าหลายอย่างที่ต้าเคยเล่าก่อนหน้านี้ไม่ตรงกับความจริงในมุมของเขา ที่ผ่านมาไม่กล้าพูดเพราะกลัวผลกระทบ แต่วันนี้เลือกเอาหลักฐานมาวางกันตรง ๆ พร้อมย้ำว่าต้าเคยเป็นเพื่อนรักเหมือนคนในครอบครัว ไม่ใช่คู่กรณีที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อวาน

ภาพจากเฟรมรายการ จัดกรอบใหม่โดยตัดแถบรายการและเครื่องหมายต้นทางออก

ปมแรกคือเงินของบริษัทเฟ็ดเฟ่ หลังสมาชิกแยกย้ายกันไปแล้ว บริษัทเดิมยังมีรายได้จากยอดวิวและมีการคุยกันว่าจะเก็บเงินไว้เป็นค่าใช้จ่ายกับแบ่งให้เพื่อน ๆ ตามที่ตกลงกัน โครงสร้างหุ้นที่ถูกพูดถึงในรายการคือ ต้าถือ 98 เปอร์เซ็นต์ ยัต 1 เปอร์เซ็นต์ และเจมส์ 1 เปอร์เซ็นต์ โดยต้าคือคนที่มีอำนาจเบิกเงินออกจากบัญชี

ยัตเล่าว่าฝ่ายบัญชีแจ้งเงินหาย จึงไล่ดูธุรกรรมแล้วพบการเบิกติดต่อกันประมาณ 5 เดือน รวม 6 ครั้ง ยอดรวมราว 206,000 บาท ยัตบอกว่าเงินไม่เยอะเท่าความไว้ใจที่เสียไป ด้านต้ารับว่าเป็นคนเบิกเงินจริง แต่ให้เหตุผลว่ามองเป็นเงินตามหุ้นที่ตัวเองถืออยู่ ช่วงนั้นเงินเดือนถูกลดจาก 150,000 บาทเหลือ 40,000 บาท หลังหักภาษีเหลือประมาณ 37,000 บาท และพ่อกำลังป่วย เงินเลยช็อตจนตัดสินใจเอาออกมาใช้

จังหวะที่คนดูเงียบทั้งบ้านคือยัตเปิดแชตเก่า ต้าเขียนยอมรับด้วยคำของตัวเองว่าเบิกเงินจากบัญชีเฟ็ดเฟ่ 6 รอบ รวม 206,000 บาท บอกว่าเริ่มจากยืมเงินไปจ่ายภาษีแล้วเงินขาดมือ จากนั้นก็เอาอีก พร้อมขอโทษทุกคนและบอกว่าจะทยอยคืนทุกบาท ตรงนี้คือข้อความในแชตที่ถูกนำมาเปิดกลางรายการ ไม่ใช่คำพิพากษาว่าต้าผิดอาญาแล้ว

กรอบสรุปเงินบริษัทและแชตขอโทษที่ถูกเปิดในรายการ

อีกก้อนคือบ้านประมาณ 10 ล้านบาท ยัตยอมรับว่าใช้เงินบริษัทซื้อบ้านและใส่ชื่อตัวเอง เพราะตั้งใจให้เป็นทั้งออฟฟิศกับที่อยู่ ต่อมาขายบ้านได้เงินประมาณ 10 ล้านบาทแล้วเงินเข้าบัญชีส่วนตัว แอมชี้แจงว่าเงินส่วนหนึ่งถูกนำไปซื้อคาเฟ่เพื่อทำออฟฟิศใหม่ และมีการทยอยโอนกลับเข้าบริษัทตั้งแต่หลักแสนถึงหลักล้านเพื่อจ่ายเงินเดือนกับประคองกิจการ

ยัตยังเล่าว่าเงินก้อนนี้เกี่ยวข้องกับการซื้อรถบ้าน รถยนต์ส่วนตัว รถนิสสันโน้ตประมาณ 300,000 บาท และรถสปอร์ตจีทีโอประมาณ 1 ล้านบาท พร้อมบอกว่าเมื่อเอาเงินไปซื้อรถส่วนตัวรวมราว 1.3 ล้านบาท ก็โอนเงินจำนวนใกล้เคียงกันให้ต้าเพื่อให้เกิดความเท่าเทียม ฝั่งต้ารับว่าเคยได้รับเงินส่วนแบ่งประมาณ 1.2 ล้านบาท แต่บอกว่ายัตยืมกลับไป 550,000 บาทและยังไม่ได้คืน หลังจากนั้นก็ไม่ได้รับส่วนแบ่งอีก

เรื่องหุ้นชัยโสโรที่มีแอมถือ 2 เปอร์เซ็นต์ก็ถูกลากขึ้นโต๊ะอีกครั้ง ทนายอาร์มบอกว่าในช่วงตั้งบริษัทจำเป็นต้องมีผู้ถือหุ้น 3 คน จึงมีสัดส่วนยัต 49 เปอร์เซ็นต์ ต้า 49 เปอร์เซ็นต์ และแอม 2 เปอร์เซ็นต์ พร้อมยืนยันว่า 2 เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่การโกง ส่วนต้ากับทนายไข่มุกยังมองว่าประเด็นต้องดูเอกสารและที่มาของการจัดการหุ้นให้ครบ ไม่ใช่ให้คำพูดในรายการเป็นตัวตัดสินแทนเอกสาร

ปม 20 ล้านบาทก็มีการหักมุม ทนายอาร์มนำเอกสารท้ายคำฟ้องมาเปิด ยืนยันว่าคดีที่ยัตยื่นไม่ได้ฟ้องเรียกเงิน 20 ล้านบาทอย่างที่ต้าเข้าใจ ต้าเคยอ่านเอกสารโนติสแล้วเห็นตัวเลขความเสียหาย 10 ล้านบาท รวมถึงรายละเอียดค่าใช้จ่ายในชั้นศาล จึงกังวลว่าจะโดนฟ้องแพ่งอีก 10 ล้านบาท ฝั่งต้าและทนายไข่มุกยอมรับกลางรายการว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

ฝั่งต้าก็เล่าแผลของตัวเองยาวเหมือนกัน เจ้าตัวบอกว่าถูกกดและถูกทำให้สงสัยตัวเองมานานจนเข้าข่ายสิ่งที่เรียกว่าแก๊สไลติง เล่าว่ามีเหตุที่ยัต แอม และลูกน้องไปคุยเรื่องให้เซ็นโอนบริษัทเฟ็ดเฟ่ แต่ต้าไม่เซ็นเพราะอยากอ่านก่อน แล้วอ้างว่าถูกกดดันและถูกขู่ว่าจะไปโวยวายที่ทำงานจนตกงาน ข้อความชุดนี้เป็นคำเล่าของต้า ยังต้องรอหลักฐานหรือคำชี้แจงอีกฝั่งมาประกอบ

ตัวเลข 19 ล้านบาทจึงกลายเป็นทางออกที่ทุกคนจับตา ต้าบอกว่านี่คือส่วนที่ตัวเองควรได้จากการอยู่ในบริษัทประมาณ 7 ปี และยังไม่รวมมูลค่าช่องยูทูบ เฟซบุ๊ก หรือ ติ๊กต็อกทั้งหมด ด้านทนายอาร์มให้สัมภาษณ์หลังรายการว่า ฝ่ายยัตพร้อมคุยเรื่องถอนฟ้องและถอนแจ้งความทุกคดี หากอีกฝ่ายทำเช่นเดียวกัน และมีการคุยตัวเลข 19 ล้านบาทเบื้องต้น แต่รายละเอียดว่าใครจ่ายใครและต้องทำอะไรตามเงื่อนไข ยังต้องทำให้ชัดเป็นลายลักษณ์อักษร

ช่วงท้ายทั้งยัตและแอมมีน้ำตา ยัตไม่ได้ลงมาให้สัมภาษณ์กับสื่อด้านล่างเพราะสภาพจิตใจไม่พร้อม ทนายอาร์มบอกว่าเจ้าตัวเครียดและน้อยใจกระแสที่เทไปทางฝั่งต้า ขณะเดียวกันต้าบอกว่าไม่ได้อยากชนะบนซากความสัมพันธ์ แค่อยากได้ความเป็นธรรมแล้วต่างคนต่างไปใช้ชีวิต นี่แหละครับที่ทำให้รายการวันนี้ไม่ได้มีแค่ตัวเลข แต่มีความเสียใจของเพื่อนสองคนที่พังลงต่อหน้าคนดูเป็นล้าน

อีกประเด็นที่พาดเข้ากับข่าวฮาย อาภาพรคือข้อกล่าวหาว่าทนายอาร์มไปเรียกเงินจากเว็บพนันแลกกับการไม่ดำเนินคดี หนุ่ม กรรชัยขยายคำถามกลางรายการ ทนายอาร์มปฏิเสธว่าไม่ใช่การรีดเงิน แต่เป็นการเรียกค่าเสียหายจากการถูกละเมิด และบอกว่ามีใบเสร็จกับการลงบันทึกประจำวันในกรณีที่มีการจ่ายเงินจริง เขายังบอกว่าฮายไปแจ้งความก่อน ส่วนตัวเองเข้าไปดำเนินการภายหลัง

ทนายอาร์มยังถามต้ากลางรายการว่าเล่นเว็บพนันหรือไม่ ต้าปฏิเสธ จากนั้นทนายอาร์มอ้างว่าเคยตรวจสอบกับตำรวจที่ปาดังเบซาร์แล้วพบชื่อบุคคลหนึ่งที่ใช้บัญชีเกี่ยวกับเพจเฟ็ดเฟ่ไปเล่นพนัน และอ้างว่าบุคคลดังกล่าวให้การเรื่องการนำบัญชีไปใช้ เรื่องนี้เป็นคำกล่าวอ้างของทนายอาร์มที่ยังไม่มีเอกสารสาธารณะให้ตรวจครบ จึงไม่ควรเขียนต่อว่าใครทำผิดหรือเกี่ยวข้องกับเว็บพนันเป็นข้อเท็จจริง

สรุปแบบไม่เลือกข้างนะครับ วันนี้มีข้อเท็จจริงที่เห็นตรงกันบางส่วน เช่น ต้าเบิกเงินประมาณสองแสนบาทจริง และทั้งสองฝั่งมาเจอกันในรายการจริง ส่วนเรื่องเจตนา การจัดการเงินบ้าน รถ หุ้น การกดดันให้เซ็นเอกสาร และเงิน 19 ล้านบาท ยังเป็นรายละเอียดที่แต่ละฝ่ายเล่าคนละมุม การคุยกันในรายการอาจทำให้คนดูเข้าใจมากขึ้น แต่ข้อพิพาทที่ยังอยู่ในกระบวนการต้องยึดเอกสารและข้อตกลงจริงต่อไป

ไลน์ เฟซ